ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย โอนรถมือสอง

รู้ไว้ก่อนดีกว่า การโอนรถ หรือการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก สำหรับการซื้อขายรถมือสอง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเงินสด หรือ จัดไฟแนนซ์รถ ก็จำเป็นต้องโอนรถเหมือนกัน เพราะหากไม่ดำเนินการโอนรถให้เรียบร้อย ผลที่ตามมาก็คือ ผู้ซื้อจะยังไม่เป็นเจ้าของรถโดยสมบูรณ์ ส่วนผู้ขายก็อาจเจอปัญหาตามมาได้ ถ้าผู้ซื้อนำรถไปใช้แล้วเกิดคดีความ ใครที่อยากรู้ว่าการโอนกรรมสิทธิ์รถมือสองต้องทำอย่างไร? มีค่าใช้จ่ายยังไงบ้าง? มาดูกัน

เอกสารที่ต้องใช้

เอกสารที่ผู้ซื้อ-ผู้ขายต้องเตรียมในการโอนกรรมสิทธิ์รถ คือ

  • เล่มทะเบียนรถตัวจริง
  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ
  • แบบคำขอโอน และรับโอน ซึ่งกรอกรายการ รวมทั้งลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอนเรียนร้อยแล้ว
  • สัญญาซื้อขาย ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี
  • ถ้าผู้โอน และ/หรือ ผู้รับโอนไม่ได้มาทำด้วยตัวเอง ให้ใช้หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบ

ขั้นตอนการโอนรถ

เมื่อเตรียมเอกสารครบ ก็เข้าสู่ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์รถ โดยกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเร็วสุดประมาณครึ่งวัน ดังนี้

  1. นำรถเข้ารับการตรวจสภาพที่กรมขนส่งทางบก
  2. ยื่นเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ และชำระค่าธรรมเนียมที่งานทะเบียนรถ
  3. รับใบคู่มือจดทะเบียนรถคืน
  4. รับใบเสร็จรับเงิน ใบคู่มือจดทะเบียนรถ เครื่องหมายการเสียภาษี และแผ่นป้ายทะเบียนรถ

ค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายที่ทางขนส่งฯ เรียกเก็บ จะมีค่าคำขอ 5 บาท, ค่าธรรมเนียมการโอน 100 บาท, ค่าธรรมเนียมการตรวจสภาพรถยนต์ 50 บาท และค่าอากรซื้อขายต่อราคาประเมินรถ อยู่ที่แสนละ 500 บาท

หมายเหตุ: ผู้ซื้อ และผู้ขายต้องแจ้งต่อนายทะเบียน ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันโอน (ถ้าเกินกำหนดจะต้องเสียค่าปรับ 2,000 บาท)

โปรดเช็ก

ขายรถมือสอง สีรถ มีผลจริงหรอ ?

เชื่อมั้ยครับว่ …